<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5676621017613507155</id><updated>2011-04-21T16:09:45.664-07:00</updated><title type='text'>jamaiga</title><subtitle type='html'>ใช้สำหรับส่งงานอาจารย์</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://jamaiga.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jamaiga.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>กลุ่มที่ 5 CAE</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10258558030125252717</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>5</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5676621017613507155.post-552630306856485671</id><published>2008-09-08T07:27:00.001-07:00</published><updated>2008-09-08T07:32:33.384-07:00</updated><title type='text'>งานที่อาจารย์ให้ส่ง</title><content type='html'>&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;1. CAD , CAM , CAE คืออะไร และเกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมอย่างไร จงอธิบาย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;   ตอบ &lt;/span&gt; &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;CAD ซึ่งย่อมาจาก Computer Aided Design โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ&lt;br /&gt;และหลังจากนั้นจะใช้โปรแกรมอีกประเภทหนึ่งซึ่งเรียกว่า CAM (Computer Aided Manufacturing)&lt;br /&gt; ทำการแปลงตำแหน่งต่างๆ ของแบบที่เราสร้างมาจากโปรแกรม CAD ให้เป็น code ที่เรียกว่า&lt;br /&gt; G-Code หลังจากนั้นเราก็นำเอา G-Code ที่ได้นี้ไปโหลดลงเครื่องจักร CNC แลวสั่งให้เครื่อง&lt;br /&gt;จักรทำงานตามที่เราได้ตั้งโปรแกรมไว้ เครื่องจักรก็จะสามารถผลิตชิ้นงานตามที่เราออกแบบ&lt;br /&gt;ได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;   ตอบ&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;CAMเป็นคำย่อของคำว่า Computer Aided Manufacturing ซึ่งแปลตามศัพท์ได้ความว่า&lt;br /&gt;การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิต ซึ่งจะใช้ซอฟท์แวร์เพื่อควบคุมเครื่องจักร ให้สามารถสร้าง&lt;br /&gt; ชิ้นงานได้ตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว สำหรับการนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผลิตนั้น&lt;br /&gt;มีชื่อเรียกว่า CAM ย่อมาจากคำว่า Computer Aided Manufacturing โดยทั่วเป็นการใช้&lt;br /&gt;โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ช่วยการทำงานของเครื่องจักรกลอัตโนมัติได้แก่ เครื่องกัดอัตโนมัติ เ&lt;br /&gt;ครื่องกลึงอัตโนมัติ เครื่องตัดด้วยลวดอัตโนมัติเป็นต้นตามปรกติเครื่องจักรกลอัตโนมัติจะ&lt;br /&gt;ทำงานตามคำสั่งที่เขียนไว้ในชุดคำสั่งหรือที่เรียกว่า NC Program ซึ่งชุดคำสั่งเหล่านี้จะ&lt;br /&gt;ประกอบไปด้วยคำสั่งที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของเครื่องมือตัด ให้ตัดงานตามที่ต้องการทั้ง&lt;br /&gt;รูปร่างและขนาด คำสั่งในการเปิดปิดอุปกรณ์ช่วยงานในส่วนอื่น ๆ เช่นปั๊มนํ้าหล่อเย็น SPINDLE&lt;br /&gt; เป็นต้น แต่เดิมผู้ควบคุมเครื่องหรือช่างเทคนิคจะเป็นผู้เขียนโปรแกรมเหล่านี้ด้วยตนเองซึ่ง&lt;br /&gt;นอกจากจะทำให้เสียเวลาในการทำงานเป็นอย่างมากแล้วยัง อาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้หากผู้เขียน&lt;br /&gt;โปรแกรมอ่านแบบผิดหรือเขียนโปรแกรมผิดโดยไม่เจตนาหรือในบางกรณีอาจเป็นไปไม่ได้เลย&lt;br /&gt;ที่มนุษย์จะเขียนโปรแกรมเองโดยเฉพาะเส้น ทางเดินของเครื่องมือตัดที่ตัดงานเป็นรูป 3 มิติ&lt;br /&gt;ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงมีการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานดังกล่าว โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภทนี้จะสามารถสร้าง NC Program ที่ต้องการจากวัตถุ 3 มิติที่สร้างไว้แล้วก่อนหน้านี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;   ตอบ&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;CAE (Computer Aided Engineering) อาจจัดได้ว่าเป็นคลื่นลูกที่สามซึ่งมีผลกระทบโดยตรง&lt;br /&gt;ต่อเทคโนโลยีการผลิตและการออกแบบสำหรับภาคอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน เป็นคลื่นลูกใหม่&lt;br /&gt;ต่อจากคลื่นของเทคโนโลยี CAD (Computer Aided Design) และ CAM (Computer Aided Manufacturing)&lt;br /&gt;ซึ่งกระทบภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในกรณีคลื่นของเทคโนโลยี&lt;br /&gt;CAD และ CAM ที่ผ่านมานั้น วิศวกรและช่างเทคนิคไทยสามารถรับมือและปรับสภาพความพร้อม&lt;br /&gt;ได้โดยไม่ยากนัก ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการที่มีอยู่ในเทคโนโลยีทั้งสองนี้สามารถทำความเข้าใจ&lt;br /&gt;ได้ด้วยตนเองและใช้วิจารณญาณพิจารณาความถูกต้องได้โดยตรงจากการมองรูปภาพกราฟฟิก&lt;br /&gt;บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดังจะสังเกตได้จากโปรแกรมคอมพิวเตอร์การเขียนแบบ เช่น AutoCAD&lt;br /&gt;ซึ่งเคยเป็นของแปลกใหม่และได้รับความสนใจในการเรียนรู้กันอย่างกว้างขวางเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว&lt;br /&gt; ได้กลายมาเป็นของปกติธรรมดาที่สามารถเรียนรู้กันได้ด้วยตนเองบนเครื่องคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;ส่วนบุคคลทั่วไป คลื่นของเทคโนโลยี CAE ไม่เป็นเช่นนั้น คลื่นลูกใหม่ CAE นี้ต้องการความรู้&lt;br /&gt;ในหลายๆด้านก่อนจะนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ องค์ประกอบของความรู้ที่จำเป็นเริ่มตั้งแต่&lt;br /&gt;(1) ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ขั้นสูงทางวิศวกรรม (Advanced engineering mathematics)&lt;br /&gt;ที่ประกอบด้วยสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย (Partial differential equations) ซึ่งอยู่ในรูปแบบของ&lt;br /&gt;สัญลักษณ์คล้ายเลขหกกลับทางที่เคยศึกษากันในระดับชั้นปีที่สี่ในมหาวิทยาลัย (2) ความเข้าใจใน&lt;br /&gt;ระเบียบวิธีการคำนวณขั้นสูง เช่น ระเบียบวิธีผลต่างสืบเนื่อง (Finite difference method) หรือ&lt;br /&gt;ระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ (Finite element method) ที่เริ่มเปิดสอนกันตามมหาวิทยาลัยซึ่ง&lt;br /&gt;แปลงสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยดังกล่าวข้างต้นไปเป็นสมการทางพีชคณิตเพื่อให้สามารถคำนวณ&lt;br /&gt;ออกมาเป็นตัวเลขได้ (3) ความเข้าใจในระเบียบวิธีเชิงตัวเลข (Numerical methods) ที่ปัจจุบันกลาย&lt;br /&gt;เป็นวิชาบังคับในการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ระดับปริญญาตรีในหลายสาขา ความรู้ที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;ในระเบียบวิธีเชิงตัวเลขนี้เองจำเป็นต้องนำไปผนวกกับระเบียบวิธีการคำนวณขั้นสูงในข้อที่&lt;br /&gt;แล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (4) ความเข้าใจในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วยขั้นตอนของ&lt;br /&gt;การคำนวณ เนื่องจากงานขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาในการคำนวณนานหลายวัน ผู้วิเคราะห์จะ&lt;br /&gt;สามารถเข้าใจได้ว่าในช่วงเวลานานนั้นโปรแกรมคอมพิวเตอร์กำลังทำอะไรอยู่ อันเป็นผลต่อ&lt;br /&gt;เนื่องทำให้เกิดความมั่นใจในผลลัพธ์ที่คำนวณได้ และ (5) ประสบการณ์การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เนื่องจากผลลัพธ์ที่คำนวณได้นั้นประกอบด้วยตัวเลขเป็น&lt;br /&gt;จำนวนมาก จำเป็นต้องทำความเข้าใจโดยการพิจารณาผลลัพธ์ที่แสดงเป็นกราฟฟิกสี จะ&lt;br /&gt;ดูเป็นเพียงตัวเลขแบบงานเก่า ๆ ในอดีตไม่ได้อีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;2. CAD , CAM , CAE มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;   ตอบ&lt;/span&gt;   &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;การใช้งานร่วมกันของระบบ CAD , CAM , CAE การผลิตโดยทั่วไปจะเริ่มต้นจากการใช้ CAD ในการออกแบบชิ้นส่วนหรือแก้ไขข้อมูล&lt;br /&gt;เชิงตัวเลขที่ได้จากการสแกนชิ้นงาน หลังจากนั้นจะใช้ CAE ในการวิเคราะห์ชิ้นส่วนต่าง ๆ&lt;br /&gt;ว่ามีคุณสมบัติตามที่ต้องการไหม ถ้ามีปัญหาก็จะใช้ CAD แก้ไขจุดบกพร่อง แล้วใช้ CAE&lt;br /&gt;จนกว่าจะได้ชิ้นส่วนที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ หลังจากการใช้ CAE วิเคราะห์ชิ้นงานจน&lt;br /&gt;ได้ตามที่ต้องการแล้วก็จะใช้ CAM แก้ไขเส้นทางเดินทางของเครื่องมือกัดขึ้นรูปแล้วจาก&lt;br /&gt;นั้นก็ใช้ CAM สร้างรหัสจีเพื่อส่งไปให้เครื่องจักรซีเอ็นซี ทำการกัดขึ้นรูปชิ้นงานหรือ&lt;br /&gt;กัดแม่พิมพ์ เมื่อซีเอ็นซี กัดชิ้นงานเสร็จแล้ว เรายังสามารถใช้ CAE ในการตรวจสอบชิ้น&lt;br /&gt;งานที่สร้างขึ้นมาว่ามีขนาดตรงตามแบบหรือไม่ในกรณีที่งานต้องการความเที่ยงตรงสูง         ระบบ CAD/CAM/CAE ไม่จำเป็นที่ดีที่สุดที่ขายในท้องตลาด สิ่งที่สำคัญคือการเลือกใช้&lt;br /&gt;งานตามความเหมาะสมกับความต้องการกับการใช้งานของโรงงานหรือบริษัทนั้น ๆ ถึงแม้ว่า&lt;br /&gt;โรงงานที่ใช้ระบบงานนี้ได้ดี สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้การใช้งานระบบประสิทธิภาพคือบุคลากร&lt;br /&gt;ที่ปฏิบัติงาน ต้องมีความรู้ความเข้าใจในระบบดีพอสมควร เช่น งานทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก&lt;br /&gt;เราใช้ CAE ทบทวนชิ้นส่วนที่ออกแบบก่อนที่จะใช้เครื่องจักรซีเอ็นซีทำการกัดขึ้นรูป&lt;br /&gt;เพื่อยืนยันว่าแม่พิมพ์เมื่อนำไปฉีดแล้วพลาสติกจะไหลเข้าไปเต็มแม่พิมพ์อย่างถูกต้องแน่นอน&lt;br /&gt; ซึ่งการวิเคราะห์นี้จะทำให้เราเห็นว่าพื้นที่ส่วนไหนที่พลาสติกไม่สามารถไหลเข้าไปได้เต็ม&lt;br /&gt;หรือทำให้เกิดโพรงอากาศ หรือเส้นรอยเชื่อมต่อ การเปลี่ยนแปลงแบบเพื่อปรับปรุงให้สามารถ&lt;br /&gt;ฉีดพลาสติกได้เต็มแบบสามารถทำได้ในจุดนี้ซึ่งแบบยงไม่ได้ทำจริง สิ่งนี้จะช่วยประหยัดเงินทุน&lt;br /&gt;จำนวนมากซึ่งเกี่ยวเนื่องกันการเปลี่ยนเครื่องมือกัดชิ้นงาน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;3. จงยกตัวอย่าง งาน หรือ ระบบงาน หรือ เครื่องมือ เครื่องจักร ที่มี CAD , CAM , CAE&lt;br /&gt;เป็นองค์ประกอบ โดยค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ&lt;br /&gt;   ตอบ&lt;/span&gt;     &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;การนำ CAMไปใช้ในงานอุตสาหกรรม&lt;br /&gt;                การใช้งาน CAM นี้หากจะให้ได้ผลเต็มที่ทั้ง 3 ส่วนคือ CAD/CAM/CAE จะต้องสามารถส่งข้อมูลถึงกันและกันได้ เวลาใช้งานมันต้องต่อกันทั้ง 3 ส่วน ส่วนไหนมีการแก้ไข (Up Date) ข้อมูลอีก 2 ส่วน ก็จะถูกแก้ไขด้วยโดยอัตโนมัติ เช่นเริ่มต้นที่ CAD ช่างเขียนแบบก็จะเริ่มจินตนาการขึ้นมา ข้อมูลที่ได้จาก CAD ก็จะถูกส่งไปให้ทั้งหน่วยผลิตและวิศวกร หน่วยผลิตก็จะดูว่ารูปร่างหน้าตาแบบนี้จะต้องเตรียมเครื่องมืออะไรบ้าง กระบวนการผลิตจะใช้แบบไหนขณะเดียวกันวิศวกรก็จะเริ่มดูว่า ความแข็งแรง อายุการใช้งาน เหมาะสมไหม หรือมีตรงไหนที่ต้องปรับปรุงบ้าง จะมีการสื่อสารกันตลอดเวลา หากทางหน่วยผลิตบอกว่าตรงนี้ต้องมีการแก้ไขเนื่องจากเครื่องมือที่เรามีนั้นไม่สามารถจะทำตรงนี้ได้ ก็จะต้องมีการเปลี่ยนรูปร่างใหม่ ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงนี้ก็จะส่งถึงทุกคนแบบทันทีทันใด หรือในกรณีวิศวกรทำการวิเคราะห์แล้วเห็นว่าตรงนี้มันค่อนข้างอ่อนแอ จำเป็นที่จะต้องเพิ่มเนื้อวัสดุเข้าไป ทั้งช่างเขียนแบบ CAD และหน่วยผลิตก็จะทราบเหตุการณ์นี้ในเวลาเดียวกัน ทำให้แก้ไขแบบได้ในทันท่วงที ไม่ใช่ผลิตออกมาก่อนแล้วมานั่งไล่แก้กันทีหลัง&lt;br /&gt;                ในระบบปัจจุบัน CAD/CAM/CAE ได้ถูกพัฒนาให้ทำงานร่วมประสานกันโดยผ่านเข้าสู่อินเตอร์เน็ตทำให้สามารถดำเนินการออกแบบและแก้ไขแบบของผลิตภัณฑ์ได้ทุกแห่งของโลก เช่น อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ผู้ออกแบบซึ่งอยู่ที่อังกฤษจะส่งรายละเอียดของแบบไปยังวิศวกรที่อเมริกา จากนั้นข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นในการผลิตจะถูกส่งต่อไปยังผู้ผลิตที่อยู่ที่อิตาลี ทำให้การเลือกใช้ความสามารถของบุคลากรและทรัพยากรต่างๆ มีอย่างไม่จำกัด&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5676621017613507155-552630306856485671?l=jamaiga.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jamaiga.blogspot.com/feeds/552630306856485671/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5676621017613507155&amp;postID=552630306856485671' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/552630306856485671'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/552630306856485671'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jamaiga.blogspot.com/2008/09/blog-post.html' title='งานที่อาจารย์ให้ส่ง'/><author><name>กลุ่มที่ 5 CAE</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10258558030125252717</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5676621017613507155.post-5342997828661711332</id><published>2008-08-17T01:12:00.000-07:00</published><updated>2008-08-17T01:24:19.654-07:00</updated><title type='text'>ระบบ cim ที่ใช้ในบริษัทฯ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เนื่องจากทางบริษัทของเราไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ จึงแนะนำให้ทุกคนศึกษาโปรแกรม Expess ที่นี่ได้เลยนะครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เพราะทางบริษัทฯของเราก็ใช้โปรแกรมนี่ในหน่วยงานของเราครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.esg.co.th/xoops/modules/news/article.php?storyid=2"&gt;http://www.esg.co.th/xoops/modules/news/article.php?storyid=2&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5676621017613507155-5342997828661711332?l=jamaiga.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jamaiga.blogspot.com/feeds/5342997828661711332/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5676621017613507155&amp;postID=5342997828661711332' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/5342997828661711332'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/5342997828661711332'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jamaiga.blogspot.com/2008/08/cim.html' title='ระบบ cim ที่ใช้ในบริษัทฯ'/><author><name>กลุ่มที่ 5 CAE</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10258558030125252717</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5676621017613507155.post-4994981479861413987</id><published>2008-08-17T01:08:00.000-07:00</published><updated>2008-08-17T01:11:37.708-07:00</updated><title type='text'>Hardware ที่ทันสมัยที่สุด</title><content type='html'>&lt;p&gt;Nvidia ประกาศความเป็นผู้นำอีกครั้งด้วยการ์ด GeForce3 ที่เร็วสุด ๆ พร้อมคุณสมบัติใหม่เพียบ ชนิดคนในวงการการ์ด 3D ต้องตะลึง&lt;br /&gt;สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้ในแวดวงคอมพิวเตอร์รอคอยกันมานานกว่าครึ่ง ปีจาก Nvidia ก็คือการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ล่าสุดที่ Nvidia สัญญาเอาไว้ว่าจะออกใหม่ทุก ๆ 6 เดือน&lt;br /&gt;เดิมทีนั้นหลังการวางตลาด GeForce 2 GTS ได้ใหม่ ๆ ผู้ใช้จำนวนมากตื่นเต้นไปกับความสามารถใหม่และพลังความเร็วที่เหนือชั้นกว่าการ์ดแสดงผลทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในท้องตลาด และคาดหวังว่าการ์ดรุ่นต่อไปของ Nvidia ที่จะวางตลาดต่อมา จะต้องเหนือชั้นมากยิ่งขึ้นไปอีก&lt;br /&gt;แต่แล้วเมื่อ Nvidia ประกาศวางตลาด GeForce 2 Ultra ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นแค่ GeForce 2 GTS ที่เพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาขึ้นไปอีกเล็กน้อยเท่านั้นโดยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเพิ่มคุณสมบัติใหม่ ๆ เข้ามาเลย ทำให้ความคาดหวังที่จะได้เห็นการ์ดรุ่นใหม่ของ Nvidia มีคุณสมบัติใหม่ชนิดตะลึงโลกขาดหายไป เหลือแค่คิดกันว่าการ์ดใหม่ก็คงจะเร็วกว่าเดิมและเพิ่มความสามารถบางอย่างเข้าไปอีกนิดหน่อยพอเป็นพิธี&lt;br /&gt;แต่ดูเหมือนว่า Nvidia จะไม่ยอมอยู่เฉย ๆ นั่งบนบัลลังก์แชมป์เจ้าความเร็วแบบสบาย ๆ อย่างไม่ทำการบ้าน เพราะ NV20 ชิปแสดงผลใหม่ล่าสุด ที่ตอนนี้ได้รับการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการว่า GeForce 3 มีคุณสมบัติใหม่ ๆ หลายอย่างชนิดที่เมื่อประกาศออกมานั้นทำให้คนในแวดวงคอมพิวเตอร์อ้าปากค้างกันไปเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="http://user.se-ed.com/content/Us88/us88_119.asp"&gt;http://user.se-ed.com/content/Us88/us88_119.asp&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5676621017613507155-4994981479861413987?l=jamaiga.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jamaiga.blogspot.com/feeds/4994981479861413987/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5676621017613507155&amp;postID=4994981479861413987' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/4994981479861413987'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/4994981479861413987'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jamaiga.blogspot.com/2008/08/hardware.html' title='Hardware ที่ทันสมัยที่สุด'/><author><name>กลุ่มที่ 5 CAE</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10258558030125252717</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5676621017613507155.post-1028835962323890692</id><published>2008-07-09T10:13:00.000-07:00</published><updated>2008-07-09T10:19:02.862-07:00</updated><title type='text'>ประโยชน์ของ Web blog</title><content type='html'>ประโยชน์ของ Web blog &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;           Blog มีไว้เพื่อตอบสนองตัณหาของเจ้าของ blog ถึงแม้ว่า blog จะมีลักษณะหน้าตาคล้ายกัน แต่ blog แต่ละแห่งจะมีบุคลิกเฉพาะตัว แตกต่างกันไปเหมือนบุคลิก บาง blog แค่เล่าเรื่องชีวิตประจำวัน บาง blog เกาะติดข่าว บาง blog คุยเรื่องการเมืองหรือปรัชญา จงนั้นอาจแบ่งประโยชน์ได้หลายแบบด้วยกัน ซึ่งอาจจะแจกแจงได้ดัง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          1.เปิดตัวเองให้โลกรู้ เรื่องของ blog มักเป็นเรื่องราวของเจ้าของ blog เป็นการเล่าประสบการณ์หรือความคิดของเจ้าของ เป็นการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกของเจ้าของ blog เป็นการระบายความเคลียดอีกทางหนึ่ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          2.ทันข่าวทันเหตุการณ์ ประสบการณ์บางคนก็เป็นข่าวเห็นอีกหลายคนได้ ข่าวจาก blog หลายแห่งเป็นข่าววงใน บางคนเล่าเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่เจอมา หลาย blog พูดถึงแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          3. กลั่นกรองข้อมูล blog บาง blog จะมีการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำลง blog ทำให้ผู้อ่าน blog ไม่ต้องเสียเวลาในการกลั่นกรองข้อมูล เพราะมีการนำเสนอข้อมูลหรือมีไกด์ในการท่องเว็บ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          4. รายงานการท่องเว็บ เป็นวัตถุประสงค์หลักที่เป็นต้นกำเนิดของการทำ blog หลาย blog มีการลิงก์ไปยังเว็บที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน blog ซึ่งเป็นการแนะนำว่าเว็บไหนดีก็ไปที่เว็บนั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          5. การแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นความในใจของเรื่องต่างๆ ความคิดเชิงสร้างสรรค์ หรือการบ่นที่ทุกคนมีอยู่ในใจ การทำ blog เป็นช่องทางถ่ายทอดความคิดเห็นให้คนอื่นรับรู้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          6. ถ่ายทอดประสบการณ์ หรือไดอะรี่ออนไลน์ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิตประจำวัน หรือเป็นการเล่าเรื่องการเดินทางท่องเที่ยว เช่น www.terrystrek.com &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          7. โน้มน้าวใจผู้อ่าน ลักษณะนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่กรณีแบบนี้เป็นการขายความคิด อย่าง blog สำหรับคอการเมืองอาจจะมีฝ่ายซ้าย - ฝ่ายขวา,สายเหยี่ยว ­- สายพิราบ จะพบว่าเนื้อหาจะเป็นการโพสต์โจมตีฝ่ายตรงข้าม แล้วก็สนับสนุนแนวความคิดของตนเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5676621017613507155-1028835962323890692?l=jamaiga.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jamaiga.blogspot.com/feeds/1028835962323890692/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5676621017613507155&amp;postID=1028835962323890692' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/1028835962323890692'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/1028835962323890692'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jamaiga.blogspot.com/2008/07/web-blog.html' title='ประโยชน์ของ Web blog'/><author><name>กลุ่มที่ 5 CAE</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10258558030125252717</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5676621017613507155.post-1652971790146715358</id><published>2008-07-09T09:54:00.000-07:00</published><updated>2008-07-09T10:02:48.982-07:00</updated><title type='text'>webblog คืออะไร</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;    บล็อก (อังกฤษ: blog) หรือ เว็บล็อก (weblog) เป็นหน้าเว็บประเภทหนึ่ง ซึ่งคำว่า blog ย่อมาจากคำว่า weblog หรือ web log โดยคำว่า weblog นั้นมาจาก web (เวิลด์ไวด์เว็บ) และ log (ปูม, บันทึก) รวมกัน หมายถึง บันทึกบนเวิล์ดไวด์เว็บ นั่นเองบล็อก (Blog) หรือ เว็บบล็อก (Weblog) เป็นเว็บไซต์สำหรับเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวประจำวันเพื่อสื่อสารความรู้สึกนึกคิด มุมมอง ประสบการณ์ ความรู้ และข่าวสาร ในเรื่องที่ผู้เขียนท่านหนึ่งๆ (Blogger) สนใจโดยเฉพาะ ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ทำให้บล็อกต่างกับเว็บบอร์ด และเนื่องจากความจริงใจและอิสระทางความคิดที่สื่อสารออกไป ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน ลักษณะของบุคคลที่หนึ่ง เป็นการบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของผู้เขียนได้เป็นอย่างดีทีเดียว จึงทำให้บล็อคเป็นสื่อที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในนานาประเทศ คำว่า “บล็อก” เริ่มใช้เป็นครั้งแรกๆผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารเมื่อปี 2542 เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ตัดสินใจบรรจุคำว่า “บล็อก” ลงในเว็บไซต์ในสังกัดบางแห่งไปก่อน โดยให้คำจำกัดความไว้ว่า “เว็บไซต์ที่บรรจุ เรื่องราวเกี่ยวกับบันทึกส่วนตัวประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงมุมมอง ความคิดเห็นของบุคคล โดยอาจรวมลิ้งค์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ตามความประสงค์ของเจ้าของเว็บบล็อกเองด้วย”ในปัจจุบันบล็อก ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ฯลฯ และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยขณะนี้ได้มีผู้ให้บริการบล็อกมากมาย ทั้งแบบให้บริการฟรี และเสียค่าใช้จ่ายวัตถุประสงค์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเขียนบล็อคคือ การเขียนเพื่อนำเสนอหรือแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้อื่น ดังนั้นผู้เขียนจึงต้องคำนึงว่าบันทึกที่เขียนนี้ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดจริง หรือเป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่จริง นอกจากนี้ การเขียนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในบล็อคของผู้อื่น แม้จะเป็นไปได้โดยอิสระเช่นเดียวกันกับการเขียนบันทึกในบล็อค ก็ควรเป็นการเขียนที่ใช้ภาษาสุภาพและเป็นการให้ความเห็นเกี่ยวกับบันทึกนั้นๆ โดยตรง นอกจากนี้จะต้องไม่เป็นการเขียนเพื่อวัตถุประสงค์ในการแทรกแซงและทำลายความคิดสร้างสรรค์ ความสนุกสนานในการเขียนบล็อคของผู้เขียนท่านนั้นๆ ส่วนการเขียนบล็อคให้มีผู้อ่านติดตามเยอะๆ นั้น ควรเขียนเป็นประจำสม่ำเสมอ และเป็นงานเขียนที่เป็น Original คือ เขียนจากความรู้ประสบการณ์เรื่องราวของผู้เขียนโดยตรง นั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5676621017613507155-1652971790146715358?l=jamaiga.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jamaiga.blogspot.com/feeds/1652971790146715358/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5676621017613507155&amp;postID=1652971790146715358' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/1652971790146715358'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5676621017613507155/posts/default/1652971790146715358'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jamaiga.blogspot.com/2008/07/webblog.html' title='webblog คืออะไร'/><author><name>กลุ่มที่ 5 CAE</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10258558030125252717</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
